“ตายแล้วไปไหน???” เป็นคำถามที่ผู้คนต่างก็สงสัยกัน...มีการสรุปถึงชีวิตหลังความตายต่างๆ นานา เช่น...

 ตายแล้วจบ ไม่มีโลกหน้า...

บางคนเชื่อว่าคนเรามีแต่กายและจิตใจ ไม่มีจิตวิญญาณ เมื่อกายตายทุกอย่างจบสิ้น กลายเป็นดินเท่านั้น

แต่ก็มีหลายคนเชื่อว่าคนเรามีจิตวิญญาณ ส่วนสัตว์ไม่มี แต่มีข้อสงสัยอีกว่า ถ้าจิตวิญญาณมีจริง จิตวิญญาณน่าจะเป็นพลังงานรูปหนึ่ง สามารถพิสูจน์ได้  เช่นคนที่ตาย น่าจะมีพลังงานออกจากกาย แต่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เคยเห็นใครเป็นเช่นนี้ จึงมีข้อสงสัยว่าคนมีจิตวิญญาณจริงหรือไหม

เมื่อสรุปไม่ได้ว่าคนมีวิญญาณไหม การตายแล้วจบ จึงเป็นข้อสงสัย และถ้าการตายแล้วจบ คนชั่วกับคนดีก็ไม่ต่างกัน คือตายไปก็ดับสูญ...

ตายแล้วไม่จบ มีโลกหน้า...

มีคนที่เชื่อว่า คนเราประกอบด้วยร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เมื่อตาย จะตายแต่กาย จิตวิญญาณยังอยู่ และมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายคร่าวๆ ดังนี้...

ตายแล้วเกิด...

เชื่อว่าทำอะไรในชีวิตนี้ มีผลต่อหลังความตาย ถ้าทำบาปกรรมไว้มากก็จะเกิดเป็นสัตว์ต่าง ๆ แต่ถ้าทำดีๆ ก็จะได้เกิดเป็นคนอีก จุดสูงสุดของความเชื่อนี้คือการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดก็มีคำถามว่า ใครตัดสินว่าคนไหนควรจะเกิดเป็นอะไร คนไหนควรจะพ้นทุกข์ พ้นกฎแห่งกรรม  ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด

อีกคำถามเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด คือจำนวนสิ่งมีชีวิตน่าจะคงที่ หมุนเวียนกันไป แต่กลับพบว่า คนนับวันจะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ศีลธรรมกลับเสื่อมถอยลง โลกยิ่งวิวัฒนาการมากขึ้น การทำบาปชั่วโดยอาศัยเทคโนโลยีก็มีมากขึ้น การทำชั่วมากขึ้นก็น่าจะมีคนเกิดน้อยลง แต่กลับมีคนเกิดมากขึ้น

ไม่มีสวรรค์ นรก

บางคนเชื่อว่าสวรรค์ นรก เป็นเพียงเรื่องหลอกเด็ก หลอกให้คนกลัวความมืดเท่านั้น เมื่อคนเราตาย จิตใต้สำนึกและร่างกายจะแยกจากกันสิ้นเชิง คนเราจึงไม่ควรยึดติดกับเรื่องสวรรค์ นรก แต่ก้าวต่อไปและใช้ชีวิตในวันนี้ก็พอ

แต่บางคนเชื่อว่าการกระทำของคน มีผลถึงโลกหน้า ทำดีไว้มาก ตายไปก็จะได้ไปสวรรค์ แต่ถ้าทำบาปกรรมก็จะต้องตกนรก เรื่องสวรรค์ นรกยังมี...

แบบชั่วคราว...

เชื่อว่าต้องมีการชดใช้กรรมในนรก จนหมด จึงกลับไปรับผลบุญที่ทำไว้บนสวรรค์ และเมื่อผลบุญหมดก็ต้องกลับมาเกิดใหม่ ทำบาปบุญอีกครั้ง คือการเวียนว่ายตายเกิด

 แบบถาวร...

ความเชื่อแบบนี้คือ ถ้าหากทำตามมาตรฐานได้ก็จะไปอยู่บนสวรรค์นิรันดร์ แต่หากความประพฤติยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เมื่อตายไปก็ต้องรับโทษในนรก

ในที่นี้จะขอตอบคำถามที่ว่า “ตายแล้วไปไหน” ตามหลักพระคริสตธรรมคัมภีร์คร่าวๆ ดังนี้

  1. ความตายมาจากไหน???

พระเจ้าสร้างคนมาเหมือนพระองค์ คือมี 3 ส่วน มี ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

 และอวยพระพรคนเราให้มีลูกดกทวีขึ้น...ดังที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ปฐมกาล บทที่ 1 ข้อที่ 27-28 และบทที่ 2 ข้อที่ 7 กล่าวว่า “พระ​เจ้า​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์...​ทรง​สร้าง​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง...ทรง​อวย​พร​ว่า “จง​มี​ลูก​ดก​ทวี​​ขึ้น​​เต็ม​แผ่น​ดิน จง​มี​อำนาจ​เหนือ​แผ่น​ดิน จงครอบ​ครอง​ฝูง​ปลา​ใน​ทะเล และ​ฝูง​นก​ใน​ท้อง​ฟ้า กับ​สัตว์​...​ทั้ง​หมด...พระ​เจ้า​ทรง​ปั้น​มนุษย์​ด้วย​ผง​คลี​ดิน ระบาย​ลม​ปราณ​เข้า​ทาง​จมูก​ของ​เขา มนุษย์​จึง​กลาย​เป็น​ผู้​มี​ชีวิต​(จิตวิญญาณ)”  

พระเจ้าทรงสร้างคนเรามา แต่บรรพบุรุษคู่แรกของเราไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่ทำตามความพอใจของตนเอง เป็นเหตุให้ความบาป และความตายได้เข้ามาในโลก มนุษย์จึงถูกตัดขาดจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ (เสมือนตายจากกัน...) พระคริสตธรรมคัมภีร์มีคำตอบสำหรับชีวิตหลังความตาย เช่น

พระคริสตธรรมมัทธิว 17:1-8 บันทึกว่าพระเยซูได้พูดคุยกับโมเสสซึ่งได้ตายไปนานแล้ว นี่เป็นการยืนยันว่าชีวิตหลังความตายมีจริง

พระคริสตธรรมลูกา 23:43 พระเยซูบอกหนึ่งในโจรบนกางเขนว่าจะอยู่ด้วยกันกับพระองค์ที่เมืองบรมสุขเกษม แสดงว่าจิตวิญญาณมีจริงและได้ออกจากร่างหลังจากตาย

พระคัมภีร์ยืนยันว่าจิตวิญญาณมีจริง แล้วเมื่อเราตายไป จิตวิญญาณของเราจะไปอยู่ที่ไหน?

  1. ตายแล้วไปไหน???

ในพระคัมภีร์ได้กล่าวว่า ทั้งคนดีและคนชั่ว เมื่อตายไปจิตวิญญาณจะไปอยู่ในแดนคนตาย

- สดุดี 31:17 กล่าวว่าคนอธรรมก็อยู่ในแดนคนตายด้วยเช่นเดียวกัน

- อิสยาห์ 38:10, โยบ 17:16 กล่าวว่าแดนคนตายนั้นคล้ายกับเมืองที่มีประตูเข้าออก

- ปัญญาจารย์ 9:10 กล่าวว่าแดนคนตายไม่มีการทำงาน ไม่มีปัญญาหรือความรู้ใด ๆ

พระเยซูได้กล่าวถึงแดนคนตาย ซึ่งปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ลูกา 16:19-31 ว่า...

19 “มีเศรษฐีคนหนึ่งนุ่งห่มผ้าสีม่วงและผ้าป่านเนื้อดี อยู่อย่างรื่นเริงฟุ่มเฟือยทุกวัน

20 และมีคนยากจนคนหนึ่งชื่อลาซารัส เป็นแผลทั้งตัว นอนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านของเศรษฐี

21 เขาอยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐีคนนั้น แม้สุนัขก็มาเลียแผลของเขา

22 ต่อมาเขาตาย และพวกทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่กับอับราฮัม ส่วนเศรษฐีคนนั้นก็ตาย และถูกฝังไว้

23 และเมื่อเขาทุกข์ทรมานอยู่ในแดนคนตาย ได้แหงนดู เห็นอับราฮัมอยู่แต่ไกล ลาซารัสก็อยู่ด้วย

24 เศรษฐีจึงร้องว่า ‘อับราฮัมบิดาเจ้าข้า ขอเมตตาข้าพเจ้า ขอใช้ลาซารัสเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้น ข้าพเจ้าให้เย็น เพราะข้าพเจ้าต้องทุกข์ระทมอยู่ในเปลวไฟนี้’

25 แต่อับราฮัมตอบว่า ‘ลูกเอ๋ย เจ้าจงระลึกว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ เจ้าได้สิ่งดีสำหรับตัว และลาซารัสได้แต่สิ่งเลว เวลานี้เขาได้รับการปลอบโยนแล้ว แต่เจ้าได้รับแต่ความทุกข์ระทม

26 ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเรากับพวกเจ้าก็มีเหวใหญ่ตั้งขวางอยู่ ถ้าใครอยากจะข้ามจากที่นี่ไปถึงพวกเจ้าก็ทำไม่ได้ หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ทำไม่ได้’

27 เศรษฐีคนนั้นจึงกล่าวว่า ‘ถ้าอย่างนั้น บิดาเจ้าข้า ขอใช้ลาซารัสไปที่บ้านบิดาของข้าพเจ้า

28 เพราะข้าฯ มีน้องชายห้าคน ให้ลาซารัสไปเตือนพวกเขา ไม่ให้ต้องมาอยู่ในที่ทุกข์ทรมานแห่งนี้’

29แต่อับราฮัมตอบว่า ‘เขามีโมเสสและพวกผู้เผยพระวจนะแล้ว ให้พวกเขาฟังคนเหล่านั้นเถิด’

30 เศรษฐีคนนั้นจึงกล่าวว่า ‘ไม่ได้ อับราฮัมบิดาเจ้าข้า ถ้ามีใครสักคนหนึ่งจากพวกคนตายไปหาพวกเขา เขาคงจะกลับใจใหม่’

31อับราฮัมจึงตอบเขาว่า ‘ถ้าพวกเขาไม่ฟังโมเสสและผู้เผยพระวจนะ แม้จะมีใครเป็นขึ้นมาจากตาย เขาก็ยังจะไม่เชื่อ’ ”

จากเรื่องนี้ทำให้เราทราบว่า แดนคนตายมี 2 ฝั่ง คือฝั่งที่สุขสบายและฝั่งทุกข์ทรมาน ต่างมองเห็นกัน แต่ไม่อาจข้ามไปหากันได้เพราะมีเหวลึกขวางกั้นอยู่ ทั้งคนที่ตายไปนั้น จิตวิญญาณของเขาก็ไม่อาจจะหวนกลับมายังโลกมนุษย์ได้อีก และไม่มีการตายแล้วเกิดใหม่.

  1. ตายกี่ครั้ง???

ดังนั้นจึงไม่มีการตายแล้วเกิด เพราะพระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า คนเราตายครั้งเดียว “ตาม​ที่​มี​ข้อ​กำ​หนด​สำ​หรับ​มนุษย์​ไว้​แล้ว​ว่า​จะ​ตาย​ครั้ง​เดียว และ​หลัง​จาก​นั้น​ก็​จะ​มี​การ​พิ​พาก​ษา” (พระธรรมฮิบรู 9:27) ตายแล้วไม่จบ!!! เพราะมนุษย์ทุกคนต้องพบกับพระเจ้า ผู้ซึ่งจะพิพากษาตัดสินมนุษย์ทุกคนในวันสุดท้าย ดังที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ยอห์น บทที่ 3 ข้อ ที่ 18 และวิวรณ์บทที่ 20 ข้อที่15 กล่าวว่า “ผู้​ที่​วาง​ใจ​ใน​พระ​บุตร​จะ​ไม่​ถูก​พิ​พาก​ษา แต่จะถูกตัดสินให้บำเหน็จรางวัล ทั้งได้อยู่กับพระเจ้าตลอดไปในสวรรค์ ส่วน​ผู้ที่​ไม่​ได้​วาง​ใจ​ก็​ถูก​พิ​พาก​ษา​อยู่​แล้ว เพราะ​เขา​ไม่​ได้​วาง​ใจ​ใน​พระ​นาม​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​เจ้า ...ไม่​มี​ชื่อ​จด​ไว้​ใน​หนัง​สือ​แห่ง​ชีวิต ...จะ​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​บึง​ไฟ (นรก) 

สรุป

  1. ตายแล้วไม่จบ
  2. ตายแล้วเกิดใหม่ไม่มี
  3. ตายแล้ว มีการตัดสินที่ให้ไปโดยพระเจ้า ในวันสุดท้ายที่พระเยซูจะเสด็จมาอีกที เพื่อ

    พิพากษาลงโทษโลกนี้

คำถามที่ว่า “ตายแล้วไปไหน” จึงไม่น่ากลัวสำหรับผู้ที่เชื่อในพระเจ้า เพราะเขาได้เลือกที่ไป ที่ปลอดภัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จบสิ้นทุกปัญหา

*** วันนี้ท่านยังมีโอกาส ท่านเลือกได้ที่ไป ที่ปลอดภัยสำหรับชีวิตของท่านหรือยัง?

***เราทุกคนต้องตาย แต่เราเลือกได้ว่าเราจะไปที่ไหนต่อหลังความตาย

*** จงรีบตัดสินใจก่อนที่จะสายเกินไป...

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอดมินนะคะ