290/32 ม.รุ่งกิจ 2 ถนน รามคำเเหง ซอย 122 เเขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง,
กทม. 10240

081-420-1638 087-811-7676
info@company.com

คำเทศนาประจำอาทิตย์นี้ วันอาทิตย์ที่  12 พฤษภาคม 2013

ความสว่างของโลก

"14 ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ 15 เมื่อจุดตะเกียงแล้ว ไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น 16 ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระ...บิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์" (มัทธิว 5:14-16)

พระเยซูคริสต์ได้ทรงยืนยันว่า พระองค์ทรงเป็นความสว่างของโลก    "อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า 'เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต' " (ยอห์น 8:12) ทำไมพระองค์จึงตรัสเช่นนี้  ก็เพราะว่า มนุษย์ตกอยู่ในความมืดมาตลอด จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนเรามีลักษณะดังต่อไปนี้

 

1. หมดมิตร ตั้งแต่มนุษย์คู่แรก  อาดาม เอวาทำบาป ศีลธรรมในบ้าน ในสังคม ตกต่ำเรื่อยมา  มนุษย์ยึดเอาตนเองเป็นใหญ่   มนุษย์พยายามสร้างรั้ว สร้างกำแพง  สวมหน้ากาก ปิดกั้นตัวเขาเองจากคนอื่น เมื่อมองไม่เห็นกัน ไม่รู้จักกัน ไม่เข้าใจกัน ก็ไม่อาจไว้วางใจกัน จนกลายเป็นศัตรูต่อซึ่งกันและกัน 2. มืดมน มนุษย์ไม่รู้ว่าอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร กำลังจะไปไหน  เงิน ความสามารถ สติปัญญา สิ่งที่มนุษย์มี ไม่อาจจำเขาหลุดพ้นไปจากความมืดมนของชีวิตได้ ยิ่งไปกว่านั้น  บางทีสิ่งที่เขามีเหล่านั้น  กลับนำความกลัว นำภัยหรือความตายมาสู่ชีวิตของเขา ตัวอย่าง  ขับรถเข้าอุโมงค์มืดที่ซาฟารีเวริลด์ วัยรุ่นมากมายซึ่งเป็นกำลังอันสำคัญของชาติได้จบชีวิตเราก่อนเวลาอันควรมิใช่เพราะอดอาหารเสียชีวิต  แต่เพราะได้กินจนอิ่มหนำ แล้วก็มีมอเตอร์ไซด์คันแพง ๆ บิดแข่งกัน  แซงโค้งถึงแก่ชีวิต

3. หมดหวัง มนุษย์ทุกข์หมดหวังบนกองสมบัติ ชื่อเสียง บารมี ใบปริญญาความรู้ ที่บากบั่นหามาได้ ทั้งกลัวไม่มั่นใจที่จะต้องจากโลกนี้ไป  ดังคำกล่าวที่ว่า “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี  หนีไม่พ้น”     ขงจื้อได้พูดประโยคหนึ่งว่า "ถ้ารู้ว่าตายแล้วไปไหน ถึงจะต้องตายวันนี้ก็จะยอม"  มนุษย์ทุกคนตกอยู่ในความมืด ไม่มีบริษัทไหนกล้าทำประกันชีวิตให้ว่า  เมื่อตายแล้วเขายังมีหวัง มีอนาคตอันสุกใส ตัวอย่าง   ชีวิตของพระเยซูคริสต์ ในค่ำคืนสุดท้าย ก่อนที่จะเดินหน้าเข้าสู่หลักประหาร พระองค์ทรงรู้ว่าพระองค์มาจากไหน  พระองค์มาจากพระเจ้า  ทรงรู้แจ้งว่าหลักประหารไม่ใช่จุดจบของพระองค์   แต่หลักประหารคือเชิงตะเกียงที่พระองค์จะได้อยู่สูงเด่นบนนั้น ให้คนทั้งหลายที่นั่งอยู่ในหุบเขาแห่งความมืดได้เห็นแสงคือพระองค์  ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า  “บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้น”  เช่นเดียวกับงูที่โมเสสยกขึ้น กดว.21:

4. พวกเขาออกเดินจากภูเขาโฮร์ตามทางที่ไปทะเลแดง เพื่อจะอ้อมแผ่นดินเอโดม ประชาชนเกิดความท้อแท้ระหว่างทา

5. แล้วประชาชนก็ต่อว่าพระเจ้าและโมเสสว่า “ทำไมพาเราออกจากอียิปต์ให้มาตายในถิ่นทุรกันดาร? เพราะไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ เราเกลียดอาหารอันไร้ค่านี้” กดว. 11:6;

6. และพระยาห์เวห์ทรงส่งพวกงูพิษมาในหมู่ประชาชน งูก็กัดประชาชน และคนอิสราเอลตายเป็นจำนวนมาก 1คร. 10:9;

7. และประชาชนมาหาโมเสสกล่าวว่า “เราทำบาปเพราะเราต่อว่าพระยาห์เวห์และต่อว่าท่าน ขอทูลวิงวอนพระยาห์เวห์ให้พระองค์ทรงนำงูไปจากเรา” ดังนั้นโมเสสจึงทูลวิงวอนเพื่อประชาชน

8. และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงทำงู พิษตัวหนึ่งติดไว้บนเสา และทุกคนที่ถูกงูกัดมองดูงูนั้น ก็จะมีชีวิตอยู่ได้” ยน. 3:14;

9. ดังนั้นโมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ตัวหนึ่ง และติดไว้บนเสา และเมื่องูกัดใคร ถ้าคนนั้นมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้น เขาก็มีชีวิตอยู่ได้  2พกษ. 18:4; ยน. 3:14;  พระองค์หมายความว่าอะไร พระเยซูตรัสอีกครั้งว่า “’เมื่อเราถูกยกขึ้นจากแผ่นดินโลกแล้ว  เราก็จะชักนำคนเป็นอันมากให้มาหาเรา’  พระองค์ตรัสเช่นนั้น  เพื่อสำแดงว่า  พระองค์จะสิ้นพระชนม์อย่างไร” (ยน. ๑๒:๓๒-๓๓)พระองค์ทรงหมายถึง  ในไม่ช้า  พระองค์จะถูกตรึงบนไม้กางเขน   เพราะเหตุใดพระเยซูทรงเปรียบงูบนเสากับพระองค์บนไม้กางเขน  เพราะบนไม้กางเขนพระเยซูทรงรับแบกบาปของคนทั้งโลกไว้  “พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์  ที่ต้นไม้นั้น” (๑ ปต. ๒:๒๔)  เพื่อให้คุณไม่พินาศ  แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยน. ๓:๑๕-๑๖)  คนยิวที่มองดูงูบนเสาวันนั้นสามารถมีชีวิตอยู่บนโลกต่อไป  ผู้ที่มองพระเยซูวันนี้จะมีชีวิตตลอดนิรันดร์ในสวรรค์  นอกจากนั้น  บนไม้กางเขน  พระเยซูไม่เพียงแต่แบกบาปของเราไปเท่านั้น  พระองค์ได้ทรง “แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย  และหอบความเจ็บปวดทุกด้านของเราไป”(มธ. ๘:๑๗)    รู้ไหมเมื่อคุณอันเชิญพระคริสต์เข้ามาในชีวิต  พระองค์ซึ่งเป็นความสว่างของโลกจะอยู่ในชีวิตของคุณ  พระองค์ได้ตั้งคุณไว้ให้เป็นตัวแทนสำแดงพระคริสต์แก่คนทั้งหลาย  ดังคำตรัสของพระองค์ที่ว่า 

 

"14 ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ คุณเป็นความสว่างของโลก ไม่ใช่เพราะพระเจ้าได้มาจุดไฟในชีวิตคุณ  แต่พระคริสต์ทรงเป็นความสว่างอยู่ในชีวิตคุณ ทรงตั้งเราไว้ในจุดเด่น ไม่มีใครจะสามารถดับแสงสว่างของพระคริสต์ในชีวิตคุณได้ นอกจากคุณเองจะเอาบางอย่างครอบมันไว้      ถ้าวันนี้พระองค์นั่งอยู่ข้าง ๆ  คุณ พระองค์จะตรัสกับคุณว่าอย่างไร “อย่าเอาถังครอบไว้ไหม  ???” ทำไมชีวิตคริสเตียนจึงไม่สว่าง

 

1. ถังครอบ/กฎหมู่

ยุคนี้คนทั้หลายโดนถัง/กฎหมู่ครอบไว้ คนทั้งหลายไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาที่ผลิตออกมาจากโรงงานเดียวกัน  มีผมทรงเดียวกันกัน  ใส่เสื้อ นุ่งกางเกง กระโปรง สวมรองเท้า สะพายกระเป๋า เจาะหู จมูก ลิ้น ปาก คิ้ว สวมแหวน ใส่เข็มขัดแบบเดียวกันหมด  ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน  ถ้าไม่ได้เป็นตุ๊กตาที่ผลิตมาจากโรงงานเดียวกัน  หนุ่มใหญ่ หนุ่มน้อย สาวน้อย สาวใหญ่ก็เหมือนกัน  มักจะกลุ้มอกกลุ้มใจ ที่ไม่อาจเป็นเหมือนตุ๊กตาทั้งหลายที่เดินฉุยฉายตามห้าง  มีน้อยคนนักที่จะกล้าแตกต่างจากตุ๊กตาตัวอื่น ๆ  มีแฟชั่นที่เหมาะสมกับตัวเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง คริสเตียนมี 2 กฎ  คนในโลกนี้ รักษาเพียงแค่กฎหมู่ แต่คริสเตียนไม่เพียงแต่ทำตามกฎหมู่ของโลกนี้เท่านั้น แต่ต้องทำตามกฏสวรรค์ ถ้ากฎทั้งสองไปด้วยกันได้ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าขัดกัน เราก็จะต้องเลือก   ท้องฟ้าในคืนมืดมิด ดาวกับพื้นฟ้าอะไรใหญ่กว่ากัน? คืนที่ฟ้าไม่มีดาว  เราะเห็นทั้งฟ้ามืดไปหมด เหมือนผ้าดำทั้งผืนครอบจักรวาลไว้  แต่คืนไหนถ้ามีดาว  แม้จะดาวเดียวหรือ 2 ดาวดวงเล็ก ๆ บนท้องฟ้ามืดที่กว้างใหญ่ เราก็ะสามารถมองเห็นดาวน้อย ๆ ดวงนั้น  คุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของผืนฟ้าอันมืดมิด  หรืออยากเป็นดาวเล็ก ๆ ที่ส่องแสงอยู่บนนั้น ตัวอย่าง อฟ 5:6 อย่าให้ใครล่อลวงท่านทั้งหลายด้วยคำพูดที่เหลวไหล เพราะสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้พระพิโรธของพระเจ้าจึงมาถึงพวกที่ไม่เชื่อฟัง  7 เพราะฉะนั้นอย่ามีส่วนร่วมกับเขาทั้งหลาย 8 เพราะเมื่อก่อนท่านทั้งหลายเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างคนของความสว่าง 1ธส. 5:4; 9 (เพราะว่าผลของความสว่างคือทุกอย่างที่เป็นความดี ความชอบธรรม และความจริง)  10 จงค้นดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า

 

 

2. ที่กำบัง   

ทำไมคริสเตียนไม่สว่าง  อีกด้านหนึ่งก็เพราะคริสเตียนเป็นตะเกียงที่หลบอยู่ในที่กำบัง  "ไม่มีผู้ใดเมื่อจุดตะเกียงแล้วจะตั้งไว้ในที่กำบัง หรือเอาถังครอบไว้ แต่ตั้งไว้บนเชิงตะเกียง เพื่อคนทั้งหลายที่เข้ามาจะเห็นแสงสว่างได้" (ลูกา 11:33) ที่กำบังนี้ อาจจะหมายถึง จุดแข็งของคุณก็ได้   เช่น ชื่อเสียง ความสำเร็จในอดีต  ความสามารถเฉพาะตัวที่พระเจ้าทรงประทานให้  คุณได้ยึดมันไว้แน่น เอาตัวเองเป็นใหญ่ จนคนทั้งหลายไม่อาจจะเห็นพระคริสต์ในชีวิตของคุณ หรือว่ามันอาจจะเป็นคนที่มาบังคุณกับพระเจ้า  เช่น เพื่อน กิ๊ก แฟน สามี ภรรยา (เขา)  แต่คุณยืมมาอยู่กับคุณ พระคริสต์ทรงเป็นความสว่าง และคุณก็เป็นลูกของความสว่างที่ได้รับแสงเลเซอร์ของพระองค์ฆ่าเชื้อร้ายแล้วในทุกซอกทุกมุม คุณต้องทำหน้าที่ของเราส่องแสงต่อไปยังคนอื่น ไม่ใช่หลบอยู่ในที่กำบังทำ หรือร่วมงานแห่งความมืด ดังพระคำของพระองค์ อฟ 5:11 และอย่ามีส่วนในกิจการของความมืดที่ไร้ผล แต่จงเปิดเผยกิจการนั้นให้ปรากฏดีกว่า 12 เพราะว่าแม้แต่จะพูดถึงสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาทำอย่างลับๆ ก็ยังเป็นเรื่องน่าละอาย 13 แต่ทุกๆ สิ่งที่ได้รับการเปิดเผยโดยความสว่างก็ปรากฏให้เห็น 

3. ใต้เตียง

"ไม่มีผู้ใดเมื่อจุดตะเกียงแล้วจะเอาภาชนะครอบไว้ หรือวางไว้ใต้เตียง แต่ตั้งไว้ที่เชิงตะเกียง เพื่อคนทั้งหลายที่เข้ามา จะเห็นแสงสว่างได้" (ลูกา 8:16) คนทั้งหลายที่นั่งอยู่ในความมืดมิดไม่อาจมองเห็นแสงของพระคริสต์ในชีวิตคริสเตียนได้  ในอีกด้านหนึ่งอาจจะเป็นเพราะคริสเตียนเป็นเหมือนตะเกียงที่ซุกอยู่ใต้เตียง  คุณกำลังซุกอยู่ในมุมอับของชีวิตหรือไม่ ปมด้อย คำสบประมาทจากคนอื่น ความกลัว บาดแผล ความผิดพลาด ความโกรธแค้น หรือสิ่งต่างๆ จากอดีตตามรังควานคุณอยู่ใช่ไหม ?  พระเจ้าเลือกคุณมา ก็เพราะต้องการให้คุณหลุดจากการเป็นทาสความคิดในแง่ลบที่ตามรังควานคุณมาตลอดชีวิต แม้คุณจะลืมมันไม่ได้ แต่มันเข้าครอบงำคุณไม่ได้อีกต่อไป  เพราะความสว่างของพระเจ้าได้ยึดพื้นที่ไว้หมดแล้ว คุณมีความสว่างและความดีของพระเจ้าอยู่ในตัว และจงฉายแสงแห่งความงดงาม สง่าราศีของพระเจ้าใส่ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมถึงศัตรูที่ตามรังควานคุณด้วย คุณได้ยินไหมพระองค์ทรงตรัสว่า 

 

มาระโก 4: 21 แล้วพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “ตะเกียงมีไว้สำหรับตั้งใต้ถังหรือใต้เตียงนอนหรือ? ไม่ได้มีไว้สำหรับตั้งบนเชิงตะเกียงหรือ? มธ. 5:15; ลก. 8:16; ลก. 11:33; 22 เพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้ที่จะไม่ถูกนำออกมาเปิดเผย และไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ที่จะไม่ถูกแพร่งพราย ” …ความสว่างของพระเจ้าเหมือนไฟฉายของตำรวจที่ส่องหาตัวผู้ร้ายในทุกซอกทุกมุม และเมื่อเจอแล้วก็จับลากออกมานำไปลงโทษ ขอให้เราเอาปมด้อย ความกลัว บาดแผล ความรู้สึกในแง่ลบที่มีต่อตนเอง ความบาปผิดที่ซ่อนอยู่ ทั้งบาปที่ทำให้เราสกปรกตลอด นำมาวางไว้ต่อพระพักตร์พระเจ้า  ให้ไฟของพระเจ้าชำระล้างบาง เราจะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ปราศจากความมืดบอดโดยสิ้นเชิง "เตียง" อาจจะหมายถึง ความสนุก สุขสบายแบบโลกนี้  ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของคริสเตียนไม่ใช่ความยากลำบาก แต่เป็นความสบายแบบโลกนี้ ขอให้เราระวัง เพื่อที่เราจะไม่ต้องตื่นมาอีกทีเมื่ออายุได้ 80 ปี และคิดได้ว่า เรามาอยู่ในโลกนี้ไม่ใช่เพื่อความสนุกสบายส่วนตัว  แต่พระเจ้าทรงใช้เรามาเพื่อเป็นดวงสว่างของพระองค์ฉายแสงออกอยู่บนโลกที่มืดมิดนี้  "พระเจ้าทรงใช้เรามาในโลกนี้เราต้องทำงานของพระองค์เมื่อยังวันอยู่ เมื่อถึงกลางคืนไม่มีผู้ใดทำงานได้" (ยอห์น 9:4)

อฟ. 5: 14 เพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นความสว่าง ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่าคนที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้นและจงเป็นขึ้นจากตายแล้วพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน  รม 13:11 นอกจากนั้นท่านควรจะรู้ว่านี่เป็นเวลาที่ควรตื่นจากหลับแล้ว เพราะว่าความรอดได้เข้ามาใกล้กว่าสมัยที่เราเริ่มเชื่อนั้น; 1ธส. 5:6; 12 กลางคืนล่วงไปมากแล้ว และรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา ให้เราเลิกบรรดากิจการแห่งความมืด และสวมเครื่องอาวุธแห่งความสว่าง  1ธส. 5:6; ให้เราเลิกหลับใหลอยู่ในกิจการของความมืด แต่ลุกขึ้นเพราะเราสวมอาวุธแห่งความสว่างอยู่ พระวจนะของพระเจ้าได้บอกให้เรารู้ถึงกิจการของความมืดดังต่อไปนี้ว่า กท5:19 การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การเสเพล 20 การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การฉุนเฉียวกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน 21 การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆ ในทำนองนี้ซึ่งข้าพเจ้าเคยเตือนพวกท่านมาก่อนว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า   ส่วนชีวิตของคนในอยู่ในความสว่างของพระเจ้า  เขาจะเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์  เขาจะฉายแสงเหล่านี้ออกมา22 ส่วนผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดทน ความกรุณา ความดี ความซื่อสัตย์  23 ความสุภาพอ่อนโยน การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย  24 ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเยซูคริสต์ได้ตรึงเนื้อหนังไว้ที่กางเขนพร้อมกับราคะและตัณหาแล้ว 25 ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณ ก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้ว

 

ตัวอย่าง   (คลีปVDO) อดีตนักยิมดาวรุ่งจีนกลายเป็นขอทาน

 

 

สรุป

 "ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์" (มัทธิว 5:16) ให้เราเอาทุกอย่างที่ครอบชีวิตของเราอยู่โยนทิ้งไป  รีบออกจากที่กำบัง ลุกขึ้นมาเป็นเหมือนตะเกียงซึ่งต้องทำหน้าที่ส่องแสง ให้คนทั้งหลายได้เห็นพระเจ้าในชีวิตของเรา "เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ" (เอเฟซัส 2:10)