290/32 ม.รุ่งกิจ 2 ถนน รามคำเเหง ซอย 122 เเขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง,
กทม. 10240

081-420-1638 087-811-7676
info@company.com

เราเคยคิดอยากรวยทางลัดโดยการทำผิดกฎหมายบ้างไหม ถ้ามีคนเสนอให้คุณ 10ล้านกับการขนยาบ้าสักครั้ง คุณกำลังลังเลหรือเปล่า -เราเคยน้อยใจไหมเวลาไม่เห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น คนขี้โกงแต่กลับได้ดี   เรารู้จักคนที่ประสบความสำเร็จแต่ชีวิตขาดคุณธรรมบ้างไหม เป็นความจริงว่าในสังคมทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอคนประเภทนี้ในสังคม ร่ำรวยเพราะคดโกง เอาเปรียบ เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม   เราทุกคนรู้ว่ายาโคบเป็นคนที่พระเจ้าอวยพระพรชนชาติของเขา ใน BB ยาโคบเป็นตัวอย่างของคนที่ทำผิดกฎด้านจริยธรรม แต่ก็ยังประสบความสำเร็จเพราะการทรงเรียกที่มีอยู่ในชีวิตของเขา ในปฐมกาล 25และ 27 เราเห็นว่ายาโคบใช้เล่ห์เหลี่ยมแย่งสิทธิบุตรหัวปีมาจากพี่ชายตัวเอง เขายังเป็นนักต่อรองด้วยที่เบธเอลในปฐมกาล 28 เขาไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไรแต่สิ่งที่ยาโคบทำไป เขาก็ต้องจ่ายราคาแพงด้วยเหมือนกัน   บทเรียนของยาโคบ 1. น้ำพระทัยพระเจ้าแต่ผิดเวลา ใน BB บอกเราว่า เอซาวสูญเสียการทรงเรียกและจุดหมายในชีวิตของเขาเพราะความใจร้อน ปฐ 25:29-34   29 วันหนึ่งขณะที่ยาโคบต้มอาหารอยู่ เอซาวกลับมาจากท้องทุ่งหิวจัดอดอยาก 30 เอซาวพูดกับยาโคบว่า ขอให้ข้ากินของแดงนั้น ของแดงนั้นน่ะ เพราะเราหิวจัด (เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกชื่อว่าเอโดม) 31 ยาโคบว่า ขายสิทธิบุตรหัวปีของพี่ให้ฉันก่อนซี 32 เอซาวว่า ดูซิ ข้ากำลังจะตายอยู่แล้ว สิทธิบุตรหัวปีจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ข้า 33 ยาโคบว่า สาบานให้ฉันก่อน เอซาวจึงสาบานให้ และขายสิทธิบุตรหัวปีของตนแก่ยาโคบ 34 ยาโคบจึงให้ขนมปังและถั่วแดงต้มแก่เอซาว เขาก็กินและดื่ม แล้วลุกไป ดังนี้เอซาวก็ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปีของตน       เอซาวต้องเสียใจกับการกระทำตามอำเภอใจเช่นนี้ (ปฐ 27:34 ฮบ 12:16-17) เขาพยายามเเย่งเอาสิทธิบุตรหัวปี และพระพรกลับคืน แต่ก็สายเกินไป เขาได้ต่อรองและแลกมันกับความพึงพอใจชั่วแล่น   บางครั้งเราก็อาจพลาดสิ่งดีๆเพราะความต้องการฝ่ายเนื้อหนังของเราเช่นกัน ไปกับความหิว ตัณหา   นี่เป็นคำเตือนสำหรับเราที่มีพระสัญญา คำเผยพระวจนะและการทรงเรียกที่มีอยู่ในชีวิต ถ้าเราเริ่มใจร้อน ไม่อดทน กระหายหาการยอมรับ ตำแหน่งหน้าที่ ชื่อเสียง มันก็มีโอกาสที่เราจะทำอะไรบางอย่างลงไปอย่างสิ้นคิดเหมือนเอซาว เขาขายพระพรของเขาเพื่อแลกกับซุปถั่วแดงเพียงชามเดียว   ยาโคบได้รับการทรงเรียกให้เป็นผู้รับพระพรที่เอซาวละทิ้ง จริงๆแล้วพระเจ้าก็จะให้เขาอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ ในแผ่นดินของพระเจ้านั้น ผลลัพธ์ที่ไปถึงหรือได้มาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าวิธีการนั้นถูกต้องเสมอไป เราอาจคิดว่าพระเจ้าสัญญาบางสิ่งกับเรา เราควรเดินไปเอามันมาเลย แต่พระเจ้าต้องการให้เรารอจนถึงเวลาที่ดีที่สุดของพระองค์   ยาโคบเลือกที่จะช่วยให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จโดยวิธีอย่างโลกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของพระเจ้า ยาโคบรู้ถึงคำพยากรณ์ที่มาถึงแม่ของเขา อิสอัคก็รู้ เรเบคาห์ก็รู้ ถึงกระนั้น เรเบคาห์และยาโคบก็ช่วยเร่งให้แผนของพระเจ้าสำเร็จเร็วขึ้น ส่งผลให้เขาต้องพบกับความเดือดร้อน เราต้องตระหนักว่าเราไม่สามารถช่วยพระเจ้าด้วยการใช้เล่ห์แบบเนื้อหนังตามวิธีการของโลกได้ ราคาที่ยาโคบต้องจ่าย เขาสูญเสียความไว้วางใจจากพี่ชาย เขาไม่สามารถอยู่ที่บ้านต่อได้ เพราะพี่ชายต้องการฆ่าเขา ยี่สิบปีที่ต้องจากบ้าน พร้อมความรู้สึกผิดในใจ เรเบคาห์เองก็ไม่มีโอกาสเจอหน้าลูกอีกต่อไป       2. ความทะเยอทะยานที่เข้ามาแทนนิมิต ความล่าช้าบางอย่างแท้จริงแล้วมาจากพระเจ้า เพื่อสอนให้เราอดทน และรอรับในเวลาที่เหมาะสม เราอยู่ในยุคแห่งความพึงพอใจแบบทันทีทันใด บางคนตัดสินใจอกจากงานแบบปุบปับโดยไม่ได้คิดอย่างถ้วนถี่ก่อนว่าจะทำอะไรต่อไป แค่เพราะเราถูกหัวหน้าตำหนิ การเดินบนทางพระเจ้าต้องใช้ความอดทนและยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง   ความทะเยอทะยานไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันก็ผิดได้ง่ายถ้าเราถูกมันครอบครองโดยไม่สนใจว่าจะได้มันมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า   20 แต่อิสอัคพูดกับบุตรชายของตนว่า ลูกเอ๋ย เจ้าทำอย่างไรจึงพบมันเร็วนัก เขาตอบว่า เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพ่อทรงบันดาลให้ลูก   ยาโคบฟังดูเหมือนคนเคร่งศาสนา เขาอ้างถึงพระเจ้าในคำโกหกที่พูดกับพ่อ มันเป็นอะไรที่เอาอย่างได้ยาก ทั้งที่เขาโกหกหลอกลวง    แต่ก็ได้พระพรไป (บางครั้งเราก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่คนไม่ดีบางคนกลับไม่ได้รับการลงโทษ มีพ่อค้าขายยาที่เป็นคนมีอิทธิพล ไม่มีใครกล้ายุ่ง ... เวลาเป็นของพระเจ้า การลงโทษเป็นของพระองค์ซึ่งไม่มีใครเลี่ยงได้) แต่อย่าลืมว่าเขาได้พระพรซึ่งอย่างไรเสียเขาก็ต้องได้อยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้วสำหรับเขา เขาใช้วิธีการตามเนื้อหนังในการพยายามไปถึงเป้าหมายของพระเจ้า พระพรล้ำค่าก็ตกลงมาเหนือเขา แต่มันไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าจะเพิกเฉยต่อความเจ้าเล่ห์ของยาโคบ   3. การต่อรองกับพระเจ้าที่ เบธเอล (ปฐ 28:16-21)     16 ยาโคบตื่นขึ้นและพูดว่า พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นี้แน่ทีเดียว แต่ข้าหารู้ไม่ 17 เขากลัวและพูดว่า สถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์นัก สถานที่นี้มิใช่อื่นไกลเป็นที่ประทับของพระเจ้า และประตูฟ้าสวรรค์ 18 ยาโคบจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด เอาก้อนหินซึ่งใช้หนุนศีรษะ ตั้งขึ้นเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ และเทน้ำมันบนยอดเสานั้น 19 เขาเรียกสถานที่นั้นว่าเบธเอล แต่ก่อนเมืองนั้นชื่อลูส 20 แล้วยาโคบปฏิญาณว่า ถ้าพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพระองค์ ทรงพิทักษ์รักษาในทางที่ข้าพระองค์ไป ประทานอาหารให้ข้าพระองค์รับประทาน และเสื้อผ้าให้ข้าพระองค์สวม 21 จนข้าพระองค์กลับมาบ้านบิดาของข้าพระองค์โดยสวัสดิภาพแล้ว พระเยโฮวาห์จะทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์       เมื่อตื่นขึ้น ยาโคบรีบปฏิญาณแบบมีเงื่อนไข บางครั้งเราก็อาจเผลอตั้งเงื่อนไขกับพระเจ้าว่า “ถ้าฉันได้สิ่งนี้ ฉันจะรับใช้พระเจ้า” ยาโคบน่าจะพูดว่า “พระองค์จะเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์แม้ข้าพระองค์จะไปไม่ถึงบ้านบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เพียงต้องการรู้ว่าข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยพระองค์” แต่เขากลับเหิมเกริมจากการไม่ซื่อกับพี่ชายจนกลายเป็นคนที่ตั้งเงื่อนไขกับพระเจ้า ถ้าเราใช้ทางลัดที่ไม่ซื่อตรง เราอาจก้าวหน้า แต่ท้ายสุดเราต้องเก็บเกี่ยวผลอันน่าขมขื่นใจ   เรารู้ว่าในท้ายที่สุดสิ่งที่เขาทำก็กลับมาสนองเขาด้วยเช่นกัน เขาถูกพ่อตาเขาหลอก สัปดาห์วิวาห์กลายเป็นสัปดาห์วิกฤติเมื่อพ่อตาส่งเจ้าสาวผิดคนให้เขา เขาต้องทำงานอีกเจ็ดปีเพื่อจ่ายค่าตัวเจ้าสาวราเชลที่เขารัก นอกจากนั้นเขายังยังถูกลาบันบิดพริ้วค่าจ้างอีก 10 ครั้งตลอด 6 ปีสุดท้ายที่ทำงาน เขากำลังเก็บเกี่ยวผลจากสิ่งที่เขาได้หว่านลงไป ยาโคบรู้สึกท้อแท้ใจจนต้องละจากบ้านพ่อตา ไม่ได้รับการต้อนรับทั้งบ้านลาบันและบ้านพ่อตัวเอง กลายเป็นคนโดดเดี่ยว หมดทางเลือก จำใจต้องกลับบ้านทั้งๆที่ก็ยังกลัวว่าพี่ชายอาจจะยังโกรธอยู่   เพราะพระเมตตาพระเจ้าจึงอนุญาตให้เกิดวิกฤตและความสิ้นหวังเช่นนี้เพื่อนำเราก้าวขึ้นสู่อีกระดับหนึ่ง ออกจากการเป็นคริสเตียนที่ตั้งเงื่อนไข ปฐมกาล 32:22-30   22 กลางคืนนั้นเอง ยาโคบก็ลุกขึ้นและพาภรรยาทั้งสอง สาวใช้ทั้งสองและลูกสิบเอ็ดคน ข้ามที่ท่า ลุยข้ามแม่น้ำยับบอก 23 ยาโคบส่งครอบครัวข้ามลำธารไป และส่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดข้ามไปด้วย 24 ยาโคบอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว มีบุรุษผู้หนึ่งมาปล้ำกับเขาจนเวลารุ่งสาง 25 เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นว่าจะเอาชนะยาโคบไม่ได้ ก็ถูกต้องที่ข้อต่อตะโพกของยาโคบขณะที่ปล้ำสู้กัน ข้อต่อตะโพกของยาโคบก็เคล็ด 26 บุรุษนั้นจึงว่า ปล่อยให้เราไปเถิดเพราะใกล้สว่างแล้ว แต่ยาโคบตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ท่านไป นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า 27 บุรุษผู้นั้นจึงถามยาโคบว่า เจ้าชื่ออะไร ยาโคบตอบว่า ข้าพเจ้าชื่อยาโคบ 28 บุรุษนั้นจึงว่า เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป แต่จะเรียกว่า อิสราเอล เพราะเจ้าสู้กับพระเจ้าและมนุษย์ และได้ชัยชนะ 29 ยาโคบจึงถามบุรุษผู้นั้นว่า ขอท่านบอกข้าพเจ้าว่าท่านชื่ออะไร แต่บุรุษนั้นกล่าวว่า เหตุไฉนเจ้าจึงถามชื่อเรา แล้วก็อวยพรยาโคบที่นั่น 30 ยาโคบจึงเรียกสถานที่นั้นว่า เปนีเอล กล่าวว่า เพราะข้าพเจ้าได้เห็นพระพักตร์พระเจ้า แล้วยังมีชีวิตอยู่ 31 เมื่อยาโคบผ่านเปนูเอล ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว เขาเดินโขยกเขยกเพราะเจ็บตะโพก 32 เหตุฉะนี้คนอิสราเอลจึงไม่กินเส้นเอ็นที่ตะโพก ซึ่งอยู่ที่ข้อต่อตะโพกนั้นจนทุกวันนี้ เพราะพระองค์ทรงถูกต้องข้อต่อตะโพก ของยาโคบตรงเส้นเอ็นที่ตะโพก       ฑูตสวรรค์ปล้ำสู้กับยาโคบ ยาโคบเป็นคนที่ต่อสู้และได้รับสิ่งที่ต้องการมาโดยตลอดเสมอ นับแต่แรกเกิดเขาเป็นคนดึงเท้าของพี่ชายเมื่อออกจากท้อง และสู้เอาชนะศัตรูได้เรื่อยมา เมื่อบุรุษแปลกหน้าเห็นว่าคงเอาชนะยาโคบไม่ได้ จึงแตะที่ข้อต่อสะโพกจนเคล็ด ต้นขาเป็นเสาหลักแห่งกำลังมนุษย์ และมันต่อเนื่องกับสะโพก ถ้าปล่อยให้กระดูกต้นขาเคล็ด คนนั้นจะเสียความสามารถอย่างมาก บัดนี้ชายที่เขาต่อสู้ด้วยเอากำลังทั้งหมดของเขาไปด้วยสัมผัสเดียว โดยปราศจากการค้ำจุนใดๆ เขาพิงกายซบผู้ที่สู้เขาชนะ และในสภาพนั้นเองที่เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่จะพึ่งพาผู้ที่เข้มแข็งและยิ่งใหญ่กว่าเขาอย่างสิ้นเชิง   คริสเตียนทุกคนควรได้มีประสบการณ์เผชิญหน้ากับพระเจ้าแบบชนิดที่จะพลิกผันชีวิตของเราได้ หลังจากสู้อย่างจนแต้ม ยาโคบก็ไม่ใช่คนเดิมต่อไป ชื่อ “ยาโคบ” ของเขาที่แปลว่า “จอมหลอกลวง” ถูกเปลี่ยนใหม่เป็น “อิสราเอล” ซึ่งหมายความว่า “เจ้าชาย”   20 ปีก่อนหน้านี้ที่เขาได้พบพระเจ้าครั้งเเรกที่เบธเอล ซึ่งแปลว่าบ้านของพระเจ้า แตกต่างจากประสบการณ์ครั้งใหม่นี้ที่ เปนีเอล ปัญหาสำหรับคริสเตียนส่วนมากคือพอใจกับ เบธเอลจนไม่อยากก้าวต่อไป เเต่ตราบใดที่เราไม่ก้าวต่อไป ชีวิตของเราจะไม่ได้รับการรักษา เราต้องเคลื่อนที่จากเบธเอลไป เปนีเอล   เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้ว่า มีสงครามฝ่ายเนื้อหนังมากมายที่เราต้องเลี่ยง การต่อสู้เพียงอย่างเดียวที่สำคัญเเละจำเป็นคือการต่อสู้กับพระเจ้าด้วยวิธีการที่บริสุทธิ์ ด้วยความมุ่งมั่นที่ถูกต้องเหมือนยาโคบว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้ท่าน (พระเจ้า) ไป นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า”   พระเจ้ามองหาคริสเตียนที่บาดเจ็บฝ่ายเนื้อหนัง พระคำบอกเราว่า “ พระเจ้าทรงต่อต้านผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานคุณเเก่คนที่ถ่อมใจ ..ยากอบ 4:6” พระเจ้ามองหาคนที่ไม่ได้ชื่อว่า ยาโคบ ต่อไป คนซึ่งไม่ได้เฉลียวฉลาด และมักฉวยประโยชน์ทันทีต่อไป คนของพระเจ้าต้องแตกสลายต่อหน้าพระเจ้า พระองค์กำลังมองหาคนที่บอกว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์กำลังเจ็บปวด แต่ข้าพระองค์ต้องการพระองค์เหลือเกิน ข้าพระองค์จะปล้ำสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบ”